วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

วัดสาขลา

ทำความรู้จักกับประวัติวัดสาขลากันสักนิด วัดสขลาสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2325 ชาวบ้านช่วยกันสร้างแต่เดิมชาวบ้านเรียกหมู่บ้านสาวกล้า ต่อมาคำพูดเพี้ยนมาเป็น สาขลา วัดจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดสาขลาจนถึงปัจจุบัน และเหตุการณ์ที่สำคัญคือ ได้เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ออกหาปลาได้เห็นองค์หลวงพ่อโตยืนเอาจีวรโบกไฟที่กำลังไหม้จนค่อยๆดับลงพร้อมกับได้ยินเสียงสวดมนต์อย่างต่อเนื่อง รุ่งเช้าเมื่อเช้าบ้านทราบข่าวจึงแห่ไปดู เห็นองค์หลวงพ่อโตดำเป็นเขม่าไปทั้งองค์ แต่องค์หลวงพ่อโตไม่เป็นไรทั้งสิ้น เมื่อชาวบ้านเห็นดังนั้นก็ร้องไห้กันยกใหญ่ ดังนั้นแล้วชาวบ้านนี้จึงพร้อมใจกันทำบุญให้กับ หลวงพ่อโตทุกวันที่ 6 มกราคม ของทุกปี
ภาพหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อโตประดิษฐานภายในวัดสาขลา

ทำความรู้จักประวัติวัดสาขลากันแล้วทีนี้ก็เข้าไปยังในอุโบสถ์และพระวิหารกันเลยครับ สำหรับพระอุโบสถ์และพระวิหารของวัดสาขลาจะอยู่ติดกันเลย เข้าไปยังข้างในวิหารก็จะพบกับองค์หลวงพ่อโตและพระพุทธรูปต่างๆที่สำหรับกราบไหว้ทำบุญปิดทององค์พระกันหลายองค์

กราบไหว้พระในวิหารเสร็จแล้วก็เข้าไปถวายสังฆทานในพระอุโบสถ์ก็ต่อ จะมีผู้คนมาถวายสังฆทานกันเนื่องแน่น

ถวายสังฆทานเสร็จแล้วก็ออกมาทำบุญ ตีระฆัง ตักบาตข้าวสาร ทำบุญวัดเกิด และอื่นๆ อีกมากมาย
ที่ขาดไม่ได้เลยคือปิดทองลูกนิมิตทั้ง 8 ลูกภายในรอบตัวพระอุโบสถ์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

นอกจากพระอุโบสถ์และพระวิหารที่ตั้งอยู่ด้านบนแล้ว ก็เดินลงมายังชั้นล่างเข้าไปเยี่ยมชมห้องที่ประดิษฐานองค์รูปเหมือนของพระเกจิชื่อดังของไทยกันอยู่ทุกองค์

ตรงกลางห้องจะมีพระพุทธรูปและองค์พระแก้วมรกตตั้งอยู่ด้วย

เยี่ยมชมห้องพระเกจิชื่อดังแล้วก็ออกเดินมายังห้องข้างๆ จะเป็นห้องพิพิธภัณฑ์เทพศรีสาขลาที่ประดิษฐานองค์พระตรีมูรติ องค์พระพิฆเนศ และองค์อื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อเดินชมเยี่ยมชมห้องพิพิธภัณฑ์เทพศรีสาขลาเสร็จก็เดินออกมาเดินชมพระพุทธรูปที่ขุดค้นพบภายในวัดแห่งนี้เป็นปรางค์ประทานพร และปรางค์ห้ามสมุทร

รูปถ่ายที่ติดอยู่กับฝาผนังเป็นรูปถ่ายเรื่องราวที่ขุดค้นพบพระพุทธรูปทั้งสององค์

ไหว้พระรอยดอกบัวในน้ำเพื่อให้จิตใจสงบ

ลอดใต้ท้องช้างองค์สีดำเพื่อเสริมดวงแคล้วคลาดแด่ภัยอันตรายต่างๆ

ปิดทองฐานหลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ขอบารมีท่านแผ่ลงมาคุ้มครองป้องกัน

นอกจากนี้แล้วภายในวัดสาขลายังมีเรือนไทยที่สวยงามตั้งอยู่ใกล้กับพระอุโบสถ์-พระวิหาร

ภายข้างในเรือนจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปและรอยพระบาทซึ่งสวยงามมากๆ


ตลาดน้ำโบราณบ้านสาขลา
 ตลาดน้ำโบราณบ้านสาขลา เดินเข้าไปยังหมู่บ้านสาขลาสักประมาณ 20 เมตร รถสองแถวจอดตรงหน้าตลาดน้ำพอดี ก็เดินเข้าตลาดน้ำโบราณของหมู่บ้านกันเลย

เดินข้ามสะพานมาก็จะเห็นผู้คนในหมู่บ้านยังโดยสารด้วยเรือซึ่่งอาจจะแปลกตาไปสักหน่อยก็ถือว่าหมู่บ้านสาขลาใช้ชวิตกันอยู่แบบเรียบง่าย และตลอดแนวคลองน้ำในหมู่บ้านดูสะอาดตาเอามากๆ

เดินเข้ามาในตลาดก็จะเจอกับกุ้งเหยียดที่ขายกันอยู่ค่อนข้างหลายร้านเลือกซื้อได้เลย สำหรับกุ้งเหยียดนี้เป็นผลิตภันฑ์หลักของตลาดน้ำหมู่บ้านสาขลาเลยก็ว่าได้ (ผมลองชิมแล้วอร่อยมาก) แถมราคาถูกถุงละ 100 บาทเอง
ภาพกุ้งเหยียดผลิตภัณฑ์โอทอปของตลาดน้ำบ้านสาขลา

หรือจะเลือกซื้อแยกเป็นถุงถุง เลือกได้เองตามใจชอบ

เดินรอบๆ ตลาด จะมีร้านค้าหลากหลายร้านขายอาหารที่ทำกันสดร้อนๆ น่ากินมากเช่น ขนมครก ผัดไทย ขนมหวาน และอื่นๆอีกมาก โดยเฉพาะขนมหวานแม่ค้าให้ชิมก่อนซื้อด้วยอร่อยมาก
ก๋วยเตี๋ยวในตลาดน้ำนี้ก็มีร้านให้เลือกรับประทานกันเยอะมากโดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมูสดอร่อยดี รวมไปถึงร้านอาหารตามสั่งต่างๆ ก็มีเยอะไม่แพ้กัน


พระปรางค์เอียง

 อนุสรณ์สถาน พระปรางค์เอน มีลักษณะเป็นปรางค์สูงเอนเอียงอายุกว่า 100 ปี

พิพิธภัณฑ์บ้านสาขลา




พอเข้าข้างในก็ได้พบเจอโบราณวัตถุอันล้ำค่าทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเครื่องปั้นดินเผาโบราณหรือเครื่องใช้ต่างๆ


พระพุทธรูปอายุหลายๆร้อยปีก็มีมากมาย
งดงามแบบไทยๆของเรา


และนี่เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำของชาวบ้านที่นี่
เพราะที่นี่อยู่ติดทะเลชาวบ้านที่นี่จึงมีอาชีพจะสัตว์ทะเล
กุ้งหอยปูปลามาตั้งแต่โบราณ


ฃละที่ท่านเห็นปลาตัวขนาดใหญ่ตัวนั้นนั่นคือปลาจริงๆ
ครับเขาสตั๊ฟใว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู่ว่าเมื่อก่อนที่นี่อุดมสมบูรณ์
ไปด้วยปูปลาอาหาร ปลาขนาดใหญ่สามารถจับได้แถวๆนี้


และนี่เลยครับโอ่งโบราณของที่นี่เมื่อก่อนเขาก็ทำกันที่หมู่บ้านนี้เช่นกัน
มีให้ดูกันหลายขนาดตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่เลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น